News
“AI ที่ทำงานได้จริง คือ AI ที่รู้อนาคต” คุยเรื่อง “AI จะเข้ามาทำงานแทนคน?” กับคุณกฤตธี CEO of deeple
"เทคโนโลยี AI จะเข้ามาทำงานแทนคนได้มากน้อยแค่ไหน?" มาคุยกับ "คุณกฤตธี" CEO ของ deeple ว่าด้วยเรื่องการขับเคลื่อนธุรกิจไทยด้วย AI ไปหาคำตอบพร้อม ๆ กัน
Avatar
Min Natjanan
 • 17 October 2022
“AI ที่ทำงานได้จริง คือ AI ที่รู้อนาคต” คุยเรื่อง “AI จะเข้ามาทำงานแทนคน?” กับคุณกฤตธี CEO of deeple

Highlights

  • ปัจจุบันธุรกิจทั่วโลกมีการนำเอาเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยงานมนุษย์มากขึ้น เช่น Alibaba ที่ใช้ AI ทำงาน Customer Support ที่มีลูกค้าติดต่อเข้ามาเฉลี่ยวันละ 5 ล้านคน
  • เทคโนโลยี AI ที่ทำงานได้จริง จะต้องมีคุณสมบัติสำคัญอย่างการทำนายอนาคตได้ เพื่อให้สามารถเรียนรู้และทำงานได้เหมือนมนุษย์จริง ๆ
  • แม้ในอนาคต AI จะเข้ามาทำงานแทนมนุษย์และแทนที่อาชีพบางส่วน แต่การเข้ามาของเทคโนโลยี AI จะสร้างอาชีพใหม่ ๆ ขึ้นมาเช่นกัน ซึ่งจะสามารถไปช่วยทุ่นแรงและเพิ่มผลประกอบการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ปัจจุบันในไทยมีธุรกิจที่ประสบความสำเร็จเทคโนโลยี AI ได้แก่ แบรนด์ KCF Mart ที่ใช้ deeple AI Chatbot ช่วยงานตอบแชทและปิดการขายแทนแอดมิน ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้คือการลดแอดมินลง 70% และได้ยอดขายไข่ไก่เฉลี่ยถึงวันละ 1 แสนฟอง

“เทคโนโลยี AI จะเข้ามาทำงานแทนคนได้มากน้อยแค่ไหน?” มาคุยกับ “คุณกฤตธี” CEO ของ deeple ว่าด้วยเรื่องการขับเคลื่อนธุรกิจไทยด้วย AI ไปหาคำตอบพร้อม ๆ กัน

deeple-future-trends-clubhouse

“AI จะเข้ามาทำงานแทนคนจริงหรือไม่?”

“คนจะถูกแย่งงานไปจนหมดหรือเปล่า?”

“ความสามารถของเทคโนโลยี AI จะถูกพัฒนาไปแค่ไหนในอนาคต?”

ในปี 2021 ที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) กลายเป็นเครื่องมือให้ในการขับเคลื่อนนวัตกรรมและธุรกิจต่าง ๆ ทั่วโลก รวมถึงเริ่มแผ่ขยายอิทธิพลเข้ามาอยู่ในธุรกิจของไทยมากขึ้นเรื่อย ๆ คำถามข้างต้นจึงกลายเป็นสิ่งที่ผู้คนสงสัยและตั้งคำถามกันอยู่เสมอ ๆ

ภาวะการแทนที่ (Disruption) ของเทคโนโลยี AI ในอนาคตจะส่งผลต่อภาคธุรกิจอย่างไรต่อไป เราได้สรุปจากเวที Clubhouse รายการ Ask Expert จาก Future Trends ที่​ คุณกฤตธี CEO ของเราได้ไปร่วมแชร์ความรู้ในหัวข้อ “AI จะเข้ามาทำงานแทนคนจริงหรือ?” ไปอ่านสรุปและหาคำตอบพร้อม ๆ กัน

deeple-future-trends-clubhouse

เทคโนโลยี AI กับธุรกิจระดับโลก

คุณกฤตธียกตัวอย่างการนำเทคโนโลยี AI เข้านำมาใช้จริงอย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่ ในระบบ Call Center ของบริษัท E-Commerce ยักษ์ใหญ่อย่าง Alibaba เนื่องด้วยความท้าทายของธุรกิจที่มีลูกค้าติดต่อเข้ามาเฉลี่ยถึงวันละ 5 ล้านคน

และหากไม่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย จะมีความจำเป็นต้องใช้พนักงานมากถึง 1 แสนคนในงานส่วนนี้ บริษัท Alibaba จึงได้ริเริ่มนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยงานในส่วน Customer Support ที่ทำงานด้วย AI Chatbot นั่นเอง

และนอกจากนี้ธุรกิจโทรคมนาคมในสหรัฐอเมริกาอย่าง Chromecast ยังเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของงาน Customer Support โดยคุณกฤตธีได้แชร์ประสบการณ์ตรงว่าเคยโทรเข้า Call Center เพื่อแจ้งปัญหาอินเทอร์เน็ตบ้าน และได้รับคำแนะนำจากศูนย์บริการนานนับ 10 นาทีโดยที่ไม่รู้มาก่อนว่าเสียงที่กำลังคุยด้วยคือเทคโนโลยี AI และนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไม AI ถึงมีโอกาสที่จะเข้ามาทำงานแทนคนได้ในอนาคตอันใกล้

เทคโนโลยี AI ที่ทำงานได้จริง คือ AI ที่ทำนายอนาคตได้

เนื่องจาก deeple เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ที่นำเอาเทคโนโลยี AI มาใช้งานเป็นหลัก เมื่อถามว่าในมุมของผู้ให้บริการ นอกจากการโต้ตอบได้เหมือนมนุษย์แล้ว AI ที่ทำงานได้จริงอย่างมีประสิทธิภาพจะต้องเป็นอย่างไร

“AI ต้องทำนายอนาคตได้” คือคำตอบ

เพราะในอนาคต AI จะต้องฉลาดขึ้นเรื่อย ๆ คิดซับซ้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเมื่ออยู่ในจุดสูงสุด AI ควรจะทำนายอนาคตได้ เช่น เรียนรู้ราคาหุ้น และทำนายว่าหุ้นจะขึ้นหรือลง AI ในรถยนต์ที่สามารถดูข้อมูลของรถรอบ ๆ คัน และสามารถทำนายได้ว่าว่าอีก 3 วินาที รถจะชนแน่นอน เพื่อให้คนขับสามารถหยุดรถได้ก่อน

ซึ่งคอนเซปต์นี้ถูกนำมาพัฒนา deeple AI Chatbot ด้วยการใช้ Natural Language Understanding หรือ NLU ที่ทำให้แชทบอทสามารถเรียนรู้จากบนสนทนาของมนุษย์ รู้ความต้องการของมนุษย์ที่มากกว่าสิ่งที่คนสอน และสามารถตอบคำถามได้มากกว่า และยืดหยุ่นกว่าคีย์เวิร์ดที่ตั้งเอาไว้ในระบบนั่นเอง

ในอนาคต AI อาจแย่งงาน แต่ก็จะสร้างงานเช่นเดียวกัน

เมื่อถามถึงคำถามสำคัญที่หลายคนสงสัยว่า

“ในอนาคต เทคโนโลยี AI จะเข้ามาแย่งงานคนได้จริงหรือไม่”

คุณกฤตธีไม่ปฏิเสธว่าเทคโนโลยี AI สามารถเข้ามาแทนที่มนุษย์ได้ในอนาคตอันใกล้จริง ๆ โดยกลุ่มอาชีพที่อาจจะถูกแทนที่เป็นกลุ่มแรก ๆ ได้แก่ อาชีพ Routine เช่น คนแจกบัตรเข้าห้าง จดทะเบียนรถ หรือแม้แต่งาน Call Center ที่ต้องทำอะไรซ้ำ ๆ แต่ถึงอย่างนั้น การเข้ามาแทนที่ในลักษณะดังกล่าวก็จะทำให้คนทำงานขยับขึ้นไปอยู่ระดับสูงขึ้น เพื่อช่วยดูแล AI หรือรับสายเฉพาะเคสที่เคสเป็นพิเศษจริง ๆ

“เชื่อว่า AI จะแย่งงานคนเยอะ แต่ก็จะอาชีพอื่น ๆ เกิดขึ้นจำนวนมากเหมือนกัน เช่น สายงาน AI Supervisor, AI Designer, Data Analysis เป็นต้น”

ในแง่ของผู้ประกอบการจึงปฏิเสธไม่ได้ว่า ในอนาคตอันใกล้จะต้องมีเทคโนโลยีเหล่านี้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจแบบนี้ หากสามารถทำความเข้าใจเทคโนโลยีและปรับตัวให้ใช้งานได้อย่างคล่องแคล่ว นอกจากจะเป็นการทุ่นแรงคล้ายกับการเข้ามาของเทคโนโลยีอื่น ๆ ก่อนหน้านี้แล้ว จะยังเป็นการช่วยเพิ่มผลประกอบให้มากขึ้นได้ด้วย

deeple กับการใช้ Deep Learning เพิ่มขีดความสามารถให้เทคโนโลยี AI

หลายคนอาจเคยทราบมาแล้วว่า deeple AI Chatbot มีการใช้เทคนิคที่เรียกว่า Deep Learniing เข้ามาใช้ในการพัฒนา AI แชทบอทให้สามารถทำงานได้มากกว่าการเป็นระบบถาม-ตอบ โดยคุณกฤตธีได้อธิบายการทำงานของ Deep Learning เอาไว้ 2 รูปแบบ ดังนั้น

  1. การทำงานในเชิงการพูดคุย เทคนิคนี้จะทำให้ AI สามารถเรียนรู้ในเรื่องของภาษาได้อย่างละเอียด ตัวอย่างเช่น AI ตัวหนึ่งของแบรนด์ชื่อว่า Engine upsale ทำงานเมื่อมีคนทักเข้ามาขอซื้อไข่สองแผง แชทบอทจะสามารถสังเกตท่าทีแล้วเสนอโปรโมชันให้ลูกค้าคนนี้ โดยอาจส่งกลับไปว่า “ถ้าซื้อ 3 แผง ส่งฟรีนะ สนใจไหม” และถ้ายิ่งใช้ไปเรื่อย ๆ AI แชทบอทจะสามารถเรียนรู้พฤติกรรมลูกค้าคนนั้นได้ว่าชอบสินค้าหรือโปรโมชันแบบไหน
  2. การทำงานในเชิงภาษา ที่สามารถเรียนรู้ภาษาเพิ่มขึ้นได้เรื่อย ๆ ยกตัวอย่างเช่น ร้านขายรองเท้าร้านหนึ่งที่มีลูกค้าทักแชทเข้ามาจำนวนมาก โดยเมื่อมีคนเข้ามาซื้อรองเท้าเรื่อย ๆ AI แชทบอทเริ่มเห็นว่ามีคนใช้คำว่า “เกือก” แทนคำว่า “รองเท้า”AI จะสามารถเรียนรู้ได้ว่า “เกือก” เป็นภาษาถิ่นที่แปลว่า “รองเท้า” เช่นเดียวกัน และนำเอาไปตอบคำถามได้

เข้าใจการทำงานของ Deep Learning ให้มากขึ้น

เทคโนโลยี AI กับความพร้อมของธุรกิจไทย

เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ของเทคโนโลยี AI กับธุรกิจในประเทศไทย คุณกฤตธียกตัวอย่างถึงเคสที่ deeple AI Chatbot ช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จมาแล้วอย่าง KCF Mart ธุรกิจขายอาหารสำเร็จรูปที่สามารถนำ AI แชทบอทเข้ามาลดงานแอดมินลงได้ถึง 70% ลดแอดมินตอบแชทจาก 10 คนเหลือเพียง 3 คน และให้แอดมินที่เหลือไปช่วยงานด้านอื่น ซึ่งได้ผลประกอบการที่น่าพึงพอใจ คือ KCF สามารถขายไข่ไก่ได้เฉลี่ยวันละประมาณ 100,000 ฟอง

deeple AI Chatbot กับการก้าวไปพร้อมกับธุรกิจไทยในอนาคต

แม้ปัจจุบันแชทบอทจะเป็นเครื่องมือที่มีในประเทศไทยมานานแล้ว แต่คุณกฤตธีมองว่าแชทบอทที่ดี ต้องทำงานได้มากกว่าการเป็นระบบถาม-ตอบ หรือ Auto- Response ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ริเริ่มสร้างแบรนด์ deeple AI Chatbot แชทบอทขายของออนไลน์ที่ทำได้มากกว่าการตอบคำถาม แต่มีเทคโนโลยี AI สามารถเข้าไปช่วยงานขายได้จริง ๆ สร้างความมั่นใจให้ผู้ประกอบการไทยนำไปใช้มากขึ้น และพัฒนาภาคธุรกิจไทยให้เติบโตทัดเทียมตลาดโลกได้ในอนาคต

deeple มุ่งมั่นพัฒนาบริการ AI Chatbot and Store Management แชทบอทพนักงานขายที่‍เป็นมากกว่าระบบถาม-ตอบ แต่ยังสามารถปิดการขาย ให้คำปรึกษา และจัดการระบบหลังร้านได้อย่างครบวงจร เพื่อตอบโจทย์การขายออนไลน์ให้กับธุรกิจของคุณ เช่น

  • พูดคุยได้อย่างเป็นธรรมชาติ ด้วย AI Human Conversation ตอบคำถามลูกค้าได้อย่างลื่นไหล ปิดการขายได้จริงโดยไม่ต้องเสียเวลาเซ็ตหรือเดาคีย์เวิร์ด
  • เพิ่มยอดขายให้มากขึ้น ด้วยฟีเจอร์ เช่น AI Upsell Intelligence เทคโนโลยี AI เสนอขายสินค้าและโปรโมชันตามพฤติกรรมลูกค้า และ Comment to Chat ระบบตอบและดึงคอมเมนต์จาก Facebook Post สู่ Inbox อัตโนมัติ ที่ทำให้ปิดการขายได้เพิ่มขึ้น และไม่พลาดทุกโอกาสการขาย
  • จัดการหลังร้านสะดวกยิ่งขึ้น ด้วย Store Management ระบบจัดการออเดอร์และดูแลสต็อกอัตโนมัติ จัดการทุกขั้นตอนการขาย ช่วยให้คุณสะดวกและรู้ทุกความเคลื่อนไหวของร้านค้าแบบ Real-Time
  • เข้าใจพฤติกรรมลูกค้าได้ดีกว่าเดิม ด้วยฟีเจอร์ Sales Analytics ระบบวิเคราะห์การขายและพฤติกรรมลูกค้า ที่รายงานผลการขายและพฤติกรรมลูกค้าเชิงลึกแบบ Real-Time ช่วยให้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อทำการตลาดให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

สมัครใช้งาน deeple ฟรี